ลักษณะการสบฟันแบบดีเลิศ
เรื่องลักษณะการสบฟันแบบดีเลิศ(Ideal Orthodontic Occlusion)
การสบฟัน คือ การที่ฟันบนและฟันล่างเคลื่อนเข้าหากันจนสัมผัสกันตอนกำลังเคี้ยว หรืออยู่ในท่าพัก ลักษณะการสบฟันจะขึ้นอยู่กับการเจริญของกระโหลกศรีษะและใบหน้า ขนาดรูปร่างของขากรรไกร ขนาดรูปร่างและตำแหน่งของฟัน ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับลักษณะทางกรรมพันธ์ุ และสิ่งแวดล้อมการสบฟันที่ดีจะทำให้ฟันเรียงตัวสวยงาม การบดเคี้ยวมีประสิทธิภาพ กล้ามเนื้อที่บดเคี้ยวปกติข้อต่อขากรรไกรอยู่ในสภาวะสมดุล ไม่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บของข้อต่อ มีลักษณะรูปหน้าที่ปกติสมดุล
การวิเคราะห์ลักษณะการสบฟันเป็นส่วนสำคัญของการวินิจฉัย และวางแผนการรักษา โดยทันตแพทย์จะทำการพิมพ์ปากเพื่อนำมาทำโมเดล ดูลักษณะการเรียงฟัน การสบฟันอย่างละเอียดร่วมกับการถ่ายภาพเอ็กซเรย์เพื่อดูฟันและโครงสร้างกระดูกใบหน้า ขากรรไกร และถ่ายรูป เพื่อวิเคราะห์ลักษณะรูปใบหน้าก่อนจัดฟันทุกครั้ง

ลักษณะการสบฟันที่ดี
1.การสบฟันในอุดมคติ (Ideal Occlusion)
เป็นลักษณะการสบฟันที่สมบูรณ์ที่สุด ฟันแต่ละซี่อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องซึ่งในมนุษย์ปกติจะพบได้ยาก การรักษาทางทันตกรรมจัดฟันจะเอาลักษณะการสบฟันแบบอุดมคติ เป็นเป้าหมายในการรักษา โดยพยายามให้ใกล้เคียงที่สุด


2.การสบฟันปกติ ( Normal Occlusion )
เป็นลักษณะการสบฟันที่พบได้ในคนส่วนมาก ฟันมีการเรียงตัวสวยงาม คล้ายกับการสบฟันในอุดมคติแต่อาจมีความผิดปกติเล็กน้อย เช่นบิดเกเล็กน้อย หรือห่างเล็กน้อย มีบางซี่ไม่สมบูรณ์แบบ แต่จะไม่เป็นปัญหากับความสวยงาม การทำงานและสุขภาพช่องปาก
Dr.Angle ได้อธิบายว่า การสบฟันที่ปกติ จะมีฟันเรียงต่อกันเป็นแนวโค้งที่สวยงาม มีความสัมพันธ์ และทำงานสอดประสานกันทั้งขากรรไกรบนและขากรรไกรล่าง โดยพิจารณาจากลักษณะการสบของฟันกรามแท้ทั้งฟันบนและฟันล่าง ( Molar Relationship ) และความสัมพันธ์ของฟันเขี้ยวบน ล่าง ( Canine Relationship ) ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญอันดับแรกในการสังเกตุและวินิจฉัยความผิดปกติของการสบฟัน
การที่จะมีการสบฟันที่ดีได้จะเป็นผลจากลักษณะรูปร่างด้านบดเคี้ยวของทั้งฟันน้ำนมและฟันแท้ รวมทั้งยังเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต การพัฒนาของฟัน ขากรรไกร กล้ามเนื้อต่างๆ ดังบั้นการจะรักษาให้การสบฟันยังคงปกติอยู่ได้ก็ต้องคำนึงถึงปัจจัยสามสิ่งคือ 1.ลักษณะการเอียงของปุ่มฟันตามระนาบการสบฟัน (Occlusal Incline Plane Of The Cusp ) 2.ความสัมพันธ์ของขนาดกระดูกรองรับฟันบนและล่าง 3.ผลจากแรงต่างๆ ทั้งกล้ามเนื้อบดเคี้ยว แก้ม ริมฝีปากและลิ้นต้องสมดุลกัน

Dr. Andrews ได้ทำการวิจัยและได้พบลักษณะที่สำคัญ 6 ประการ ที่เป็นลักษณะของการสบ
ฟันปกติ (Andrews’ six keys to normal occlusion)
1.ความสัมพันธ์ของฟันกราม (Molar Relationship)
ปุ่มฟันกรามบนสบลงไปในร่องกึ่งกลางฟันล่าง เข้าล็อกในการเคี้ยวพอดี เรียกว่าความสัม
พันธ์ของฟันกรามแบบที่ 1 (Class I Molar Relationship )




2.ความเอียงทำมุมของฟัน ( crown angulation)
คือความเอียงของรากฟัน เมื่อมองรูปหน้าตรงตอนยิ้มเอียงมากเอียงน้อยมีผลต่อความสวยงาม และการสบของฟันด้วย


ในฟันที่สบปกติทุกซี่ ทั้งบนและล่าง จะมีการเอียงทำมุมเป็นบวก แต่มีค่าต่างๆกันไป ฟันที่เอียงมากต้องการพื้นที่มาก และค่าความเอียงของฟันหน้าจะมีผลต่อเนื้อที่ในขากรรไกร ซึ่งส่งผลต่อความสวยงามและการสบฟัน
คือ ความเอียงของฟันเมื่อมองจากใบหน้าด้านข้าง ถ้าเอียงมากจะทำให้ฟันบาน ฟันเหยินถ้าเอียงน้อยทำให้ฟันงุ้ม





ในฟันหน้าบนจะมีความเอียงเป็นบวกเล็กน้อย (ไม่งุ้ม) ฟันซี่อื่นๆจะมีค่าเป็นลบ ค่อนข้างตรงถึงงุ้มเล็กน้อย
4.การหมุนของฟัน (rotation)
การสบฟันที่ปกติจะต้องไม่มีฟันหมุน ฟันทุกซี่จะสัมผัสกันที่จุดสัมผัส ถ้าฟันหมุนจะทำให้ใช้เนื้อที่มากกว่าปกติ มีผลต่อตำแหน่งและการสบของฟันข้างเคียง


5. มีจุดสัมผัสที่แน่นไม่มีช่องว่าง (space)
ฟันที่สบปกติทุกซี่จะต้องแน่น ไม่มีช่องว่าง ซึ่งต้องมีลักษณะและขนาดของฟันที่ปกติ ในกรณีขนาดฟันผิดปกติต้องมีการแต่ง เช่น ถ้าใหญ่เกินไปต้องกรอแต่งให้ลดลง ถ้าขนาดฟันเล็กเกินไป หรือรูปร่างผิดปกติต้องอุดเติมฟัน หรือทำครอบฟันให้ได้สัดส่วนที่ถูกต้องสวยงามจึงจะทำให้ฟันสบกันได้ปกติ

6.ระนาบการบดเคี้ยว (occlusal plane , curve of spee )
การสบฟันที่ปกติ จะมีระนาบค่อนข้างตรง หรืออาจมีส่วนโค้งของสปีเล็กน้อย (slightly cure of spee) โดยเป้าหมายของการรักษาทางทันตกรรมจัดฟัน ควรจะให้มีระนาบบดเคี้ยวที่ตรงราบ เพราะเมื่อคนไข้อายุมากขึ้นระนาบการบดเคี้ยวจะโค้งมากขึ้นตาม ทั้งจากการสึกของฟันและการสลายของกระดูกขากรรไกรบนล่างที่มีอัตราไม่เท่ากัน


1.ความสัมพันธ์ของฟันกราม ( molar relationship ) สบแบบคลาสวัน
2.ความเอียงทำมุมของฟันมองหน้าตรง ( crown angulation ) รากฟันเอียงทำมุมสวยงาม
3.ความเอียงชันของฟันเมื่อมองด้านข้าง ( crown inclination ) ต้องไม่เหยิน หรืองุ้ม
4.ไม่มีการหมุนของฟัน ( rolation )
5.ไม่มีช่องห่าง ( space )
6.ระนาบการบดเคี้ยวที่ค่อนข้างตรง ( no curve or slightly curve of spee )